ชี้วิธีช่วยเหลือคนในครอบครัวติดการพนันเพื่อหยุดยั้งวิกฤตการเงินในบ้าน

ปัญหาการพนันเมื่อเกิดขึ้นกับสมาชิกคนใดคนหนึ่งในบ้าน ย่อมไม่ได้ส่งผลกระทบต่อตัวผู้เล่นเพียงลำพัง แต่เปรียบเสมือนคลื่นใต้น้ำที่สร้างความสั่นคลอนให้กับทุกคนในครอบครัว ทั้งในมิติของความมั่นคงทางการเงิน ความสัมพันธ์ และสุขภาพจิตของคนใกล้ชิด หลายครั้งที่สมาชิกในบ้านต้องเผชิญกับความตื่นตระหนก ความเครียดสะสม และความสับสนว่าจะเริ่มต้นรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างไร โดยเฉพาะเมื่อเกิดคำถามยอดนิยมอย่าง คนในบ้านติดการพนัน หรือ แฟนติดพนันทำไงดี ซึ่งบ่อยครั้งความพยายามแก้ปัญหาแบบผิดวิธี เช่น การก่นด่าประชดประชัน หรือการแอบนำเงินเก็บไปชดใช้หนี้แทน กลับยิ่งทำให้ปัญหาลุกลามบานปลาย

คู่มือฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยมุ่งเน้นการให้ความรู้และแนวทางปฏิบัติเชิงป้องกัน (Reader Protection) เพื่อนำเสนอ วิธีช่วยเหลือคนในครอบครัวติดการพนัน อย่างมีสติและเป็นระบบ โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการ ปกป้องทรัพย์สินจากคนติดพนัน และการรักษาเสถียรภาพทางการเงินของครัวเรือน ควบคู่ไปกับเทคนิคการเปิดใจพูดคุยเพื่อสร้างความร่วมมือ และการส่งต่อเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูที่ถูกต้อง เพื่อช่วยดึงคนใกล้ชิดให้หลุดพ้นจากวงจรเดิมพันได้อย่างยั่งยืน

ทำความเข้าใจธรรมชาติของปัญหาเมื่อคนใกล้ชิดในบ้านติดการพนัน

จุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดในการแก้ปัญหา คือการปรับมุมมองและความเข้าใจของคนในครอบครัวที่มีต่อปัญหาการพนัน เพราะหากเริ่มต้นด้วยความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน มาตรการและการสื่อสารที่ตามมามักจะกลายเป็นการจุดชนวนความขัดแย้งมากกว่าการหาทางออกร่วมกัน

มองการติดพนันเป็นภาวะพฤติกรรมเสพติดที่ต้องการความช่วยเหลือ ไม่ใช่แค่ความดื้อรั้น

สมาชิกในครอบครัวจำนวนมากมักมองว่าการเล่นพนันจนหมดเนื้อหมดตัวเกิดจากความดื้อรั้น ความเห็นแก่ตัว หรือการขาดศีลธรรมส่วนบุคคล แต่ในมุมมองทางจิตวิทยาและประสาทวิทยาศาสตร์ การติดการพนันจัดเป็นภาวะพฤติกรรมเสพติด (Behavioral Addiction) ที่กลไกการทำงานของสมอง โดยเฉพาะสารสื่อประสาทโดพามีน (Dopamine) ถูกกระตุ้นด้วยความตื่นเต้นและวงจรการแพ้ชนะ จนส่งผลให้สมองส่วนการควบคุมตนเองทำงานลดลง

ผู้เล่นจะตกอยู่ในภาวะที่เรียกว่า “การไล่ตามทุนคืน” (Chasing Losses) ซึ่งทำให้เกิดความต้องการเล่นซ้ำอย่างควบคุมไม่ได้ แม้จะรู้ตัวว่ากำลังสร้างความเดือดร้อนให้คนรอบข้าง ดังนั้น การมองปัญหาให้ทะลุปรุโปร่งว่าเป็นความผิดปกติทางพฤติกรรมที่ต้องการความช่วยเหลือและการบำบัดอย่างถูกต้อง จะช่วยลดอคติและความโกรธแค้นในใจของสมาชิกในบ้าน ทำให้สามารถวางแผน รับมือคนติดการพนัน ได้อย่างมีเหตุผลและเป็นขั้นเป็นตอนมากขึ้น

ข้อสังเกตเมื่อคนในบ้านแอบเล่นพนัน ทั้งการโกหกเรื่องเงินและพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป

การสังเกตเห็น สัญญาณคนในบ้านแอบเล่นพนัน ตั้งแต่ระยะแรกเริ่มมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสกัดกั้นความเสียหาย โดยพฤติกรรมผิดปกติมักจะสะท้อนออกมาให้เห็นทั้งในด้านการเงินและอารมณ์ ดังนี้

ในด้านการเงิน สัญญาณเตือนภัยที่พบได้บ่อย ได้แก่ การเริ่มหยิบยืมเงินจากคนรอบตัวด้วยเหตุผลที่ไม่สมเหตุสมผล การมีเงินเดือนเข้าแต่ยอดเงินหมดอย่างรวดเร็วโดยไม่มีหลักฐานการใช้จ่าย ข้าวของมีค่าในบ้านเริ่มสูญหาย การปกปิดสเตทเมนต์หรือแอบซ่อนข้อความแจ้งเตือนจากธนาคาร และการเริ่มถูกโทรศัพท์ติดตามทวงถามหนี้สิน

ในด้านพฤติกรรมและอารมณ์ ผู้เล่นมักมีอาการหงุดหงิดง่ายผิดปกติเมื่อถูกถามเรื่องเงิน มีสมาธิจดจ่ออยู่กับหน้าจอโทรศัพท์มือถือตลอดเวลา โดยเฉพาะในช่วงที่มีการแข่งขันกีฬาหรือเวลากลางคืน มีพฤติกรรมโกหกบิดเบือนอย่างต่อเนื่อง และเริ่มแยกตัวออกจากกิจกรรมร่วมของครอบครัว หากพบพฤติกรรมเหล่านี้รวมกันหลายข้อ สมาชิกในบ้านควรเตรียมความพร้อมในการตั้งรับทันที

แผนปฏิบัติการเร่งด่วนเพื่อปกป้องทรัพย์สินและเงินออมของครอบครัว

กฎเหล็กข้อแรกของการช่วยเหลือคนติดการพนัน คือ “ต้องสร้างความปลอดภัยทางการเงินให้กับครอบครัวก่อนเป็นอันดับแรก” การไม่รีบจัดการแนวป้องกันด้านทรัพย์สินอาจทำให้เงินเก็บทั้งชีวิต หนี้บ้าน หรือทุนการศึกษาของบุตรหลานถูกนำไปผลาญในเวลาเพียงไม่กี่วัน การปกป้องทรัพย์สินจึงไม่ใช่การแล้งน้ำใจ แต่เป็นมาตรการพื้นฐานที่จำเป็นที่สุด

แยกบัญชีเงินเดือนและตัดสิทธิ์การเข้าถึงบัญชีเงินฝากร่วมของคนในบ้านทันที

ขั้นตอนแรกที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน คือการสำรวจบัญชีเงินฝากที่เปิดร่วมกันระหว่างสมาชิกในบ้าน หากมีบัญชีที่มีชื่อของผู้เล่นเกี่ยวข้อง ให้ทำการถอนเงินส่วนกลางออกมาเปิดบัญชีใหม่ในชื่อของบุคคลที่ไว้ใจได้เพียงคนเดียวทันที พร้อมทั้งยกเลิกบัตรเอทีเอ็ม บัตรเดบิต หรือการผูกแอปพลิเคชันธุรกรรมออนไลน์ที่ผู้เล่นสามารถเข้าถึงได้

สำหรับคู่สมรส ควรแยกบัญชีเงินเดือนและรายได้ออกจากกันอย่างชัดเจน เปลี่ยนรหัสผ่านเข้าใช้งานโมบายแบงก์กิ้ง และตั้งระบบแจ้งเตือนธุรกรรมผ่านโทรศัพท์ส่วนตัว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการโอนเงินออกโดยไม่ได้รับความยินยอม

จัดเก็บสมุดบัญชี ทะเบียนบ้าน โฉนดที่ดิน และของมีค่าไว้ในที่ปลอดภัยที่เข้าถึงได้ยาก

เมื่อผู้เล่นเผชิญกับแรงกดดันจากหนี้สินและอาการอยากเล่น มักจะมีความเสี่ยงสูงที่จะนำเอกสารสำคัญและทรัพย์สินมีค่าไปจำนำหรือค้ำประกันเงินกู้นอกระบบ ครอบครัวจึงต้องรวบรวมและนำไปเก็บไว้ในสถานที่ปลอดภัย

เพื่อความรัดกุมในการป้องกัน สมาชิกในบ้านควรตรวจสอบและจัดเก็บทรัพย์สินตามเช็กลิสต์ 6 จุดสำคัญ ดังต่อไปนี้:

  • 1. โฉนดที่ดินและสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์: รวบรวมเอกสารสิทธิ์ โฉนดที่ดิน สัญญาจะซื้อจะขาย หรือสัญญาจำนอง นำไปฝากไว้ในตู้นิรภัยของธนาคารหรือตู้เซฟที่เปลี่ยนรหัสผ่านใหม่
  • 2. เล่มทะเบียนยานพาหนะ: จัดเก็บใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในที่มิดชิด ป้องกันการนำไปใช้กู้ยืมในรูปแบบจำนำทะเบียนรถ
  • 3. สมุดบัญชีและบัตรอิเล็กทรอนิกส์: เก็บสมุดเงินฝากธนาคารทุกเล่ม บัตรเครดิตสำรอง และบัตรกดเงินสดให้พ้นจากการหยิบจับ
  • 4. ทรัพย์สินมีค่าและทองคำ: สำรวจทองคำรูปพรรณ ทองคำแท่ง เครื่องประดับ นาฬิกา และของสะสมที่มีมูลค่า แล้วย้ายไปเก็บรักษาไว้นอกบ้านหรือสถานที่ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยสูง
  • 5. เอกสารแสดงตนทางราชการ: เก็บบัตรประชาชน ทะเบียนบ้านตัวจริง และหนังสือเดินทางของสมาชิกคนอื่นๆ ไว้อย่างมิดชิด ป้องกันการนำข้อมูลไปแอบอ้างค้ำประกันหรือเปิดบัญชีม้า
  • 6. อุปกรณ์และรหัสผ่านธุรกรรม: ตรวจสอบอุปกรณ์แท็บเล็ตและคอมพิวเตอร์ในบ้านที่มีการบันทึกรหัสผ่านอัตโนมัติ (Autofill) ออกจากระบบธุรกรรมทั้งหมดทันที

หยุดพฤติกรรมการใช้หนี้แทนเพื่อตัดวงจรการขอยืมเงินไปเล่นต่อยอด

หนึ่งในข้อผิดพลาดที่ร้ายแรงที่สุดของคนในครอบครัว คือการยอมจ่ายหนี้พนันแทน เพราะคิดว่าจะช่วยให้เรื่องจบและหวังว่าผู้เล่นจะสำนึกผิด แต่ในความเป็นจริง การใช้หนี้แทนคือการส่งเสริมพฤติกรรมเสพติด (Enabling) โดยตรง เพราะทำให้ผู้เล่นไม่เคยได้รับผลกระทบจากสิ่งที่ตนเองก่อ และเกิดความชะล่าใจว่าไม่ว่าจะสร้างหนี้มากเพียงใด ครอบครัวก็จะต้องตามมาสะสางให้อยู่เสมอ

ผลลัพธ์ที่ตามมาคือผู้เล่นจะกลับไปเล่นซ้ำและสร้างหนี้ก้อนใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น ครอบครัวต้องใจแข็งและประกาศจุดยืนว่าจะไม่ชำระหนี้แทนเด็ดขาด นอกจากนี้ สมาชิกในครอบครัวจำเป็นต้องเข้าใจถึงขอบเขตความรับผิดชอบของตัวแทนและผู้ให้บริการ ว่ากลุ่มผู้ให้บริการเดิมพันหรือตัวแทนต่างๆ ดำเนินงานโดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือหน้าที่รับผิดชอบต่อหนี้สินส่วนบุคคลที่เกิดขึ้นระหว่างผู้เล่นกับบุคคลภายนอก และไม่มีอำนาจทางกฎหมายในการมาบีบบังคับให้สมาชิกในครอบครัวต้องรับผิดชอบหนี้แทน การหยุดชดใช้หนี้แทนจึงเป็นการตัดวงจรทางการเงินและบังคับให้ผู้เล่นต้องเผชิญหน้ากับความจริง

เทคนิคการเปิดใจพูดคุยกับสมาชิกในครอบครัวโดยไม่จุดชนวนความขัดแย้ง

หลังจากที่วางแนวป้องกันทางการเงินเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนถัดมาคือการสื่อสารโดยตรงกับผู้เล่น วิธีคุยกับคนในครอบครัวที่ติดการพนัน จำเป็นต้องใช้กลยุทธ์ที่เน้นความเห็นอกเห็นใจและความปลอดภัยทางอารมณ์ เพราะการเปิดฉากด้วยการต่อว่า ด่าทอ หรือข่มขู่ จะทำให้ผู้เล่นเกิดปฏิกิริยาต่อต้าน โกหกเพื่อเอาตัวรอด หรือเตลิดหนีออกจากบ้าน

แนวทางการเปิดใจพูดคุยอย่างเป็นระบบสามารถดำเนินตามขั้นตอน 4 ระยะ ดังนี้:

  1. ระยะที่ 1 เตรียมความพร้อมด้านอารมณ์และข้อมูล: ตรวจสอบความพร้อมของตนเอง ระงับความโกรธ และรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นโดยไม่ใช้อารมณ์ตัดสิน
  2. ระยะที่ 2 เลือกจังหวะเวลาและสถานที่: นัดหมายพูดคุยในเวลาที่สงบ ปราศจากสิ่งรบกวน และไม่มีบุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้องร่วมอยู่ด้วย
  3. ระยะที่ 3 สื่อสารด้วยความห่วงใย (I-Message): สื่อสารความรู้สึกวิตกกังวลและผลกระทบที่ครอบครัวกำลังเผชิญ แทนการชี้หน้ากล่าวโทษตัวบุคคล
  4. ระยะที่ 4 กำหนดข้อตกลงและก้าวต่อไป: ร่วมกันหาทางออกที่ปฏิบัติได้จริง และวางแผนขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญร่วมกัน

เลือกเวลาและบรรยากาศที่สงบ ปราศจากการใช้อารมณ์ คำตำหนิ หรือการประชดประชัน

อย่าเริ่มบทสนทนาในขณะที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกำลังมีอารมณ์โกรธจัด เหนื่อยล้าจากการทำงาน มีอาการมึนเมา หรือเพิ่งสูญเสียเงินก้อนใหญ่มาสดๆ ร้อนๆ เพราะระดับสารเคมีในสมองของผู้เล่นจะอยู่ในภาวะตึงเครียดสูงสุด ทำให้ไม่สามารถรับฟังเหตุผลใดๆ ได้

ควรเลือกช่วงเวลาที่ทั้งสองฝ่ายได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ บรรยากาศในบ้านมีความเงียบสงบ ไม่มีเสียงรบกวนจากโทรทัศน์หรือโทรศัพท์มือถือ และต้องตกลงกันล่วงหน้าว่าจะพูดคุยด้วยน้ำเสียงที่สุภาพ ปราศจากคำหยาบคาย การขุดคุ้ยเรื่องอดีต หรือการประชดประชันเหน็บแนม

สื่อสารด้วยความห่วงใยโดยเน้นที่ผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของทุกคนในบ้าน

เทคนิคสำคัญคือการใช้ประโยคสื่อสารที่ขึ้นต้นด้วยความรู้สึกของตนเอง (I-Message) แทนการใช้ประโยคที่มุ่งโจมตีอีกฝ่าย (You-Message) เช่น แทนที่จะพูดว่า “เธอทำลายครอบครัว เธอทำให้ทุกคนเดือดร้อน” ให้เปลี่ยนเป็น “เราเป็นห่วงอนาคตของครอบครัวมาก ตอนนี้เรากังวลเรื่องค่าใช้จ่ายและอยากช่วยให้เราก้าวผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน”

เพื่อเป็นแนวทางในการนำไปปรับใช้จริง สามารถศึกษาตัวอย่างประโยคสื่อสารเชิงบวกที่ช่วยลดการปะทะอารมณ์และสร้างความร่วมมือได้ดังนี้:

  • หลีกเลี่ยงการตำหนิรุนแรง: “เอาเงินไปละลายหมดอีกแล้วใช่ไหม ทำไมถึงไม่รู้จักคิด!”
    ปรับเป็นคำพูดแสดงความเข้าใจและร่วมมือ: “เรารู้ว่าตอนนี้เธอกำลังแบกความเครียดเรื่องเงินไว้คนเดียวหนักมาก แต่การเก็บไว้คนเดียวไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น เรามาเปิดใจดูยอดหนี้จริงกันเถอะ จะได้ช่วยกันหาทางออก”
  • หลีกเลี่ยงการข่มขู่ตัดความสัมพันธ์: “ถ้าไม่เลิกเล่นก็ไสหัวออกไปจากบ้านเลย ไม่ต้องมาอยู่ด้วยกัน!”
    ปรับเป็นคำพูดที่ยืนยันความรักแต่มีขอบเขต: “เรารักเธอและอยากให้เราอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข แต่เราไม่สามารถยอมให้เงินของครอบครัวหมดไปกับการพนันได้อีกแล้ว เราต้องช่วยกันปกป้องค่าใช้จ่ายของบ้าน”
  • หลีกเลี่ยงการตอกย้ำความผิดพลาดเดิม: “สัญญามากี่ร้อยครั้งแล้ว ไม่เคยทำได้สักอย่าง!”
    ปรับเป็นคำพูดที่มองไปข้างหน้า: “เราเข้าใจว่าการหยุดเล่นด้วยตัวเองมันยากมากและต้องใช้ความพยายามสูง เราไม่โทษเธอในอดีต แต่เราอยากพาเธอไปปรึกษาคนที่เชี่ยวชาญเพื่อช่วยให้เธอหยุดเล่นได้อย่างปลอดภัย”

เปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้ระบายความเครียดพร้อมร่วมกันหาทางออกโดยไม่ตัดสิน

บ่อยครั้งที่ผู้ติดการพนันรู้สึกอับอายและโดดเดี่ยว การเปิดพื้นที่รับฟังอย่างตั้งใจโดยไม่ขัดจังหวะหรือตัดสินถูกผิด จะช่วยปลดล็อกความรู้สึกอึดอัด ทำให้ผู้เล่นกล้าเปิดเผยยอดหนี้ที่แท้จริงและสาเหตุที่ทำให้ตนเองถลำลึก

เมื่อผู้เล่นแสดงความสำนึกและพร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่ สิ่งสำคัญคือการเปลี่ยนความตั้งใจให้กลายเป็นการกระทำในทันที โดยครอบครัวต้องช่วยแนะนำและเคียงข้างในการตัดขาดช่องทางการเข้าถึงระบบเดิมพัน ไม่ว่าจะเป็นการลบโปรแกรม บล็อกเบอร์โทรศัพท์ที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการตามขั้นตอนการปิดบัญชีและทางเลือกเมื่อต้องการหยุดเล่น เพื่อปิดบัญชีผู้ใช้งานอย่างถาวร ยุติการหมุนเวียนเงินเข้าสู่ระบบเดิมพัน และตัดสิ่งกระตุ้นที่อาจทำให้กลับไปเล่นซ้ำ

การสร้างข้อตกลงร่วมกันในบ้านเพื่อความโปร่งใสทางการเงิน

คำสัญญาปากเปล่าไม่สามารถใช้เป็นหลักประกันในการฟื้นฟูพฤติกรรมเสพติดได้ ครอบครัวจำเป็นต้องสร้างกติกาและโครงสร้างทางการเงินใหม่ที่จับต้องได้จริง การ จัดการเงินครอบครัวเมื่อมีคนติดพนัน อย่างเป็นระบบจะช่วยสร้างเกราะคุ้มกันและช่วยให้ผู้เล่นสามารถฝึกฝนวินัยในการควบคุมตนเองได้อีกครั้ง

กำหนดแนวทางการบริหารค่าใช้จ่ายส่วนกลางและการตรวจสอบรายรับรายจ่ายในบ้าน

การปรับโครงสร้างการเงินในบ้านควรเริ่มต้นจากการโอนหน้าที่การดูแลค่าใช้จ่ายส่วนกลาง เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่าบ้าน ค่าเทอมบุตร และค่าอาหาร ให้สมาชิกในบ้านที่ไม่มีปัญหาการพนันเป็นผู้ถือเงินและบริหารจัดการแต่เพียงผู้เดียว

สำหรับผู้เล่น ควรเปลี่ยนรูปแบบการใช้เงินเป็นระบบเบี้ยเลี้ยงรายวันหรือรายสัปดาห์ในจำนวนที่เพียงพอต่อค่าเดินทางและค่าอาหารเท่านั้น พร้อมทั้งตกลงร่วมกันในการแสดงใบเสร็จรับเงินหรือการเปิดเผยรายการเดินบัญชีทุกสัปดาห์ การดำเนินงานลักษณะนี้สอดคล้องกับแนวทางการใช้งานอย่างรับผิดชอบและการจำกัดตนเอง ซึ่งให้ความสำคัญกับการตั้งขีดจำกัดทางการเงินและการควบคุมการเข้าถึงทรัพยากร เพื่อไม่ให้มีเงินส่วนเกินที่อาจนำไปใช้ในกิจกรรมเสี่ยงภัยได้อีก

วางขอบเขตชัดเจนถึงผลที่จะเกิดขึ้นหากมีการละเมิดข้อตกลงเพื่อปกป้องสมาชิกคนอื่น

ข้อตกลงทางการเงินจะมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อมีการระบุผลลัพธ์ของการละเมิดไว้อย่างชัดเจน (Boundaries with Consequences) ครอบครัวต้องร่วมกันกำหนดว่าหากมีการแอบเล่นพนันซ้ำ หรือมีการโกหกเรื่องเงินเกิดขึ้นอีก จะมีมาตรการตอบสนองอย่างไร

ตัวอย่างมาตรการ เช่น การต้องยินยอมให้โอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินส่วนตัวมาเป็นชื่อของคู่สมรสหรือบุตรเพื่อป้องกันการนำไปก่อหนี้ การต้องเข้ารับการบำบัดรักษาแบบผู้ป่วยในทันที หรือในกรณีที่ร้ายแรง อาจจำเป็นต้องแยกกันอยู่ชั่วคราวหรือดำเนินการจดทะเบียนหย่าเพื่อแยกทรัพย์สินและภาระหนี้สินตามกฎหมาย ทั้งนี้ การบังคับใช้ขอบเขตเหล่านี้ต้องทำด้วยความหนักแน่น สม่ำเสมอ และปราศจากการต่อรอง เพื่อความอยู่รอดของสมาชิกคนอื่นๆ ในบ้าน

การดูแลสภาพจิตใจของคนในบ้านและการส่งต่อเข้าสู่กระบวนการบำบัด

การฟื้นฟูคนติดการพนันเป็นกระบวนการระยะยาวที่อาจพบเจอภาวะการกลับไปเล่นซ้ำ (Relapse) ได้เป็นระยะ การดูแลสภาพจิตใจของทุกคนในครอบครัวจึงมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการฟื้นฟูตัวผู้เล่นเอง

ฟื้นฟูสุขภาพจิตของสมาชิกในครอบครัวเพื่อไม่ให้เกิดภาวะหมดไฟหรือความเครียดสะสม

บุคคลใกล้ชิดของผู้ติดการพนันมักตกอยู่ในภาวะหมดไฟ (Caregiver Burnout) มีความวิตกกังวลเรื้อรัง นอนไม่หลับ และอาจเกิดภาวะซึมเศร้าจากการถูกหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า สมาชิกในครอบครัวต้องระลึกไว้เสมอว่าตนเองไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมของผู้อื่นได้ทั้งหมด

การจัดสรรเวลาดูแลสุขภาพตนเอง การออกกำลังกาย การทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย และการพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต หรือกลุ่มสนับสนุนครอบครัวที่ประสบปัญหาเดียวกัน จะช่วยเติมพลังใจและทำให้คนในบ้านมีจิตใจที่เข้มแข็งพอที่จะยืนหยัดเผชิญหน้ากับปัญหาต่อไป

ชักชวนและพาผู้เล่นเข้ารับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตอย่างต่อเนื่อง

เนื่องจากการติดการพนันเป็นโรคทางพฤติกรรมเสพติด การอาศัยเพียงกำลังใจหรือความมุ่งมั่นส่วนตัวมักไม่เพียงพอ การพาผู้เล่นเข้าพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาคลินิกเพื่อรับการประเมินอย่างละเอียดจึงเป็นขั้นตอนสำคัญ การบำบัดทางความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavioral Therapy: CBT) จะช่วยให้ผู้เล่นสามารถระบุสิ่งกระตุ้น จัดการกับความอยากเล่น และปรับเปลี่ยนกระบวนการคิดที่บิดเบือนได้อย่างมีแบบแผน

ทั้งนี้ การเข้ารับการประเมินและการรักษาควรดำเนินการผ่านสถานพยาบาลของรัฐ โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านจิตเวช หรือหน่วยงานสาธารณสุขที่มีบุคลากรทางการแพทย์และใบอนุญาตประกอบวิชาชีพที่ถูกต้อง ข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนการบำบัด เกณฑ์การวินิจฉัย และการรักษาเฉพาะบุคคล จำเป็นต้องได้รับการประเมินและยืนยันโดยตรงจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญประจำสถานพยาบาลนั้นๆ เพื่อให้ผู้เล่นและครอบครัวได้รับการดูแลที่เหมาะสมและปลอดภัยสูงสุดในระยะยาว

Scroll to Top
LINE @sbobetjb QR Code
LINE : @sbobetjb
Telegram @sbobetjb QR Code
@sbobetjb
LINE
หน้าแรก โปรโมชั่น ฝาก-ถอน ติดต่อเรา